วันแดงเดือด

posted on 15 Apr 2009 22:36 by naruta-noo-mu in Hospital

เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา หลายคนคงจะพอทราบว่าเกิดการปิดถนนรอบๆอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยกลุ่มนปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เหตุการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่บ่ายเป็นต้นมา แต่พวกเรา(แผนกรังสีรักษา โรงพยาบาลราชวิถี)ยังคงทำหน้าที่ของพวกเราต่อ คือการเดินฉายแสงให้กับคนไข้มะเร็ง

จนกระทั่งช่วงบ่ายสองโมง คนไข้และญาติคนไข้ เริ่มพูดกันหนาหูว่ามีการปิดถนน ทำให้หัวหน้าเดินมาบอกให้พวกเราเร่งฉายแสงคนไข้นอกให้เสร็จ เพื่อให้เค้าเดินทางกลับบ้านก่อนที่จะมีเหตุการณ์เลวร้ายอะไรมากขึ้นไปอีก

เหตุการณ์ภายนอกตรึงเครียดมากขึ้น กอรปกับคนไข้คลีนิคที่มาในเย็นวันนี้มีจำนวนน้อยลงไปถนัดตา จากคำบอกเล่าของญาติคนไข้คลีนิค เราก็พบว่า ถนนหลายๆสายถูกปิดลง ต้องวนรถออกไปอีกทางเพื่อที่จะพาแม่มาฉายแสงในวันนี้ได้

เหตุการณ์วุ่นวายของเราเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 16:00น. ออยวิ่งมาจากห้องฉายแสงของอีกตึกที่อยู่ติดกัน

ออย: แก พี่ให้กลับได้แล้ว พวกเสื้อแดงมันจะปิดบีทีเอส

เรา: หา จะปิดบีทีเอสเลยหรอ อะไรเนี่ย รถเมล์ก็กลับไม่ได้แล้วจะมาปิดบีทีเอสอีก

ออย: แกรีบเก็บของแล้วกลับกันเถอะเดี๋ยวจะไม่ทัน

เราและออยรีบกุลีกุจอเก็บข้าวของ ไหล่ซ้ายสะพายกระเป๋า มือขวาหยิบโทรศัพท์โทรหานวล เพื่อนัดแนะการเดินทาง มือซ้ายถือเนตบุ๊คตัวน้อย(ที่พัง จะเอาไปซ่อม) รีบเดินออกจากแผนก มุ่งหน้าตรงสู่บีทีเอส

แต่เจ้ากรรม จากการสื่อสารที่ผิดพลาดทำให้เราคลาดกับนวล ตบท้ายด้วยการที่โทรศัพท์ของนวลเพื่อนรักแบตดันมาหมดเอาตอนเหตุการณ์แบบนี้ เลยตัดสินใจบอกออยว่า งั้นเราไปก่อนแล้วกัน เพื่อนเราเอาตัวรอดเก่ง(เลวได้อีกหละเรา) 

ความวุ่นวายยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อเดินทางไปถึงจุดหมาย เซ็นทรัลชิดลม ดันหาของกินไม่ได้ รองเท้าคู่ใหม่ก็ดันมากัด เล่นพองเกือบทุกนิ้วกันเลยทีเดียว เลยต้องเปลี่ยนรองเท้าอีกคู่ แล้วเดินทางย้อนกลับมาที่ มาบุญครอง เพื่อทานข้าว การทานข้าวผ่านไปด้วยดี ทานบาร์บีคิวพลาซ่าตามเคย แต่ว่ามันก็ดันมีเรื่องให้ต้องแก้ปัญหาอีก คือว่าแม่ของนวลโทรเข้าเครื่องด้วยความกระวนกระวาย เป็นเพราะติดต่อนวลไม่ได้ แล้วเราก็ไม่ได้อยู่กับนวล แล้วสุดท้ายที่น้ำเน่าสุดๆคือ แบตมือถือเราก็หมดในเวลาต่อมา

ถือว่าเป็นวันที่วุ่นวายมากที่สุดเท่าที่รับรู้ได้ เพราะความคิดของคนเพียงกลุ่มเดียว การกระทำบางอย่างมันอาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับการแก้ปัญหา แต่ว่าในเมื่อพวกคุณตัดสินใจทำไป อยากให้คุณคิดถึงคนอื่นบ้าง การเดินทางกลับบ้านปกติของเราคือ 157 จากศิริราช ต่อด้วยรถตู้ ถึงบ้าน ในเวลา 3.30 ชม. โดยประมาณ แต่การกลับบ้านครั้งนี้ของเราคือ เรือธงส้ม มุ่งหน้าสะพานสาทร ต่อด้วย BTS สถานีหมอชิต แล้วต่อด้วยรถเมล์ เพื่อไปต่อคิวซื้อตั๋วรถทัวร์กลับบ้าน รวมเวลาปาเข้าไป 6 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว

หยุดสงกรานต์คราวนี้ตามปฏิทินคนไข้จะต้องทำงานหยุดฉายแสงชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 11 - 15 ซึ่งก็ถือว่านานมากแล้ว เพราะว่าคนไข้บางคนมีภาวะปวดเนื่องจากอาจจะอยู่ในระยะสุดท้ายของโรค หรือไม่ก็ก้อนมีขนาดใหญ่และเกิดการอักเสบ แต่คนไข้ของโรงพยาบาลราชวิถีไม่ได้ฉายแสงตั้งแต่วันที่ 10 เนื่องจากการปิดถนนของกลุ่มคนดังกล่าว บางคนไม่ได้ฉายแสงตั้งแต่วันที่ 9 ด้วยซ้ำไป แล้วนี่ยังต้องปิดทำการต่อในวันที่ 16-17 ลองคิดดูว่าคนไข้มะเร็งไม่ว่าจะอยู่ในระยะไหนก็ตาม เขาเหล่านั้นจะต้องทุกทรมานมากแค่ไหน

การกระทำที่คิดว่าจะเรียกร้องบางอย่างได้ แต่คิดดูว่าต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง กับสิ่งที่ควรแลกเราก็ต้องแลก แต่กับสิ่งที่ไม่มีค่าพอที่จะแลกก็อย่าไปแลกเลยดีกว่า มันไม่คุ้มกับการสูญเสียหรอก 

เศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น ภาพลักษณ์ของประเทศ ทุกอย่างมันพังหมดแล้ว ตั้งแต่เรียกว่ายังไงดี เริ่มรัฐประหารแล้วหละ วันนี้อยากจะพาดพิงถึงมาก แต่ว่าไม่พูดดีกว่า

 

Comment

Comment:

Tweet

คนแรกครับ

#1 By siambookmark (124.121.131.99) on 2009-04-15 23:09